วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ไบโอติน (Biotin) กับ สุขภาพ "ผม"

ไบโอติน (biotin) เป็นวิตามินชนิดรับประทานเพื่อให้เส้นผมแข็งแรงได้เป็นอย่างดี ไบโอตินอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีที่ละลายน้ำได้ดี

ปกติเราได้รับ ไบโอตินจากสารอาหารธรรมชาติ ในไข่แดง ตับ บริวเวอร์ยีสต์ เชื้อแบคทีเรียในลำไส ้ ก็สามารถสร้างได้เองบางส่วน
พบว่าคนที่ขาดไบโอตินจะมีปัญหาผม ร่วง เล็บเปราะหักง่าย หรือผิวหนังอักเสบ

ปริมาณไบโอตินที่มีอยู่อาหารนั้นมีปริมาณน้อย เช่น บริวเวอร์ยีสต์ 100,000 มิลลิกรัม (1 ขีด) ให้ไบโอติน 200 ไมโครกรัมตับ 100,000 มิลลิกรัม (1 ขีด) ให้ไบโอติน 100 ไมโครกรัมไข่แดง 100,000 มิลลิกรัม (1 ขีด) ให้ไบโอติน 50 ไมโครกรัม

ดังนั้นหากต้องการไบโอตินจากอาหารเหล่านี้ให้เพียงพอแล้ว อาจต้องรับประทานอาหารเหล่านี้จำนวนมาก

ผู้ที่ควรรับประทานวิตามินไบโอติน
* ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง
* ผู้ที่ดัด ย้อม ยืด โกรกทำสีผม เป็นประจำ ทำให้เกิดปัญหาเส้นผมไม่แข็งแรง หลุดร่วงง่าย
* ผู้ที่มีปัญหาเล็บเปราะ บาง ฉีกขาดง่าย
* ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการขาดไบโอติน เช่น รับประทานยาปฏิชีวนะ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้แบคทีเรียในลำไส้สร้างไบโอตินได้น้อย หรือผู้ที่รับประทานไข่ขาวดิบเป็นประจำ เนื่องจากสารเอวิดิน (Avidin) ในไข่ขาวดิบจะยับยั้งการดูดซึมของไบโอติน

ขนาดรับประทาน*เพื่อลดอาการหลุดร่วงของเส้นผมรับประทานวันละ 2,400 ไมโครกรัม (4 เม็ด)

*เพื่อบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงอยู่เสมอรับประทานวันละ 1,200 ไมโครกรัม (2 เม็ด)

*เพื่อรักษาอาการเล็บเปราะบาง ฉีกขาดง่ายรับประทานวันละ 2,400-3,600 ไมโครกรัม (4-6 เม็ด)

*เพื่อป้องกันการขาดไบโอตินรับประทานวันละ 600-1200 ไมโครกรัม (1-2 เม็ด)

ความปลอดภัยของไบโอติน
การใช้ไบโอตินในการรักษาโรคผิวหนังอักเสบในทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือนโดยการฉีดไบโอติน วันละ 5,00-10,000 ไมโครกรัม ซึ่งสูงกว่าขนาดรับประทานของไบโอตินที่ใช้ในการบำรุงเส้นผม และเล็บ ก็ไม่พบผลข้างเคียงแต่อย่างใดเนื่องจากไบโอตินเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ดี จึงไม่เกิดการสะสมในร่างกาย
ข้อมูลโดย beautyinsight.cjb.net

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คลังบทความของบล็อก